การก้าวสู่การเป็น Medical Hub ระดับโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์หรือเทคโนโลยีการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีระบบอาคาร สภาพแวดล้อม และบุคลากรสนับสนุนที่สามารถรักษามาตรฐานด้าน Healthcare ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านคุณภาพการรักษา บุคลากรทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายที่สามารถแข่งขันได้ จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของ Medical Tourism ขณะเดียวกัน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังทำให้ธุรกิจโรงพยาบาล Preventive Care ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ และ Wellness Center เติบโตอย่างต่อเนื่อง
เมื่ออุตสาหกรรม Healthcare ขยายตัว “มาตรฐานการบริหารอาคาร” จึงกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย คุณภาพการรักษา และความเชื่อมั่นของผู้รับบริการ

โรงพยาบาลและ Wellness Center มีความซับซ้อนแตกต่างจากอาคารสำนักงานหรือศูนย์การค้าทั่วไป เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และกระบวนการรักษาได้
การบริหารจัดการอาคารด้าน Healthcare จึงต้องครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ Smart Facility Management สำหรับธุรกิจ Healthcare จึงไม่ได้หมายถึงการดูแลให้อาคารสะอาดและใช้งานได้เท่านั้น แต่คือการบริหารระบบทั้งหมดให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการรักษา

ประสบการณ์ของผู้รับบริการเริ่มต้นตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อาคาร ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดของพื้นที่ คุณภาพอากาศ ความเป็นระเบียบ การให้ข้อมูลของพนักงาน หรือความรวดเร็วในการรับมือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
Facility Management ที่มีประสิทธิภาพจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน รักษาความพร้อมของพื้นที่สำคัญ และทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วย ญาติ และผู้รับบริการจากต่างประเทศ
แม้ระบบบริหารอาคารอัจฉริยะ กล้องวิเคราะห์ภาพ เซนเซอร์ IoT และแพลตฟอร์มติดตามการปฏิบัติงานจะช่วยให้การบริหารพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เทคโนโลยีจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริงเมื่อมีบุคลากรที่เข้าใจวิธีใช้งาน เข้าใจความเสี่ยง และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง
Metthier จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Metthier Academy โดยฝึกอบรมบุคลากรสำหรับการดูแลอาคารด้าน Healthcare มาแล้วกว่า 3,000 คน เพื่อให้มีความพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติก่อนลงพื้นที่ทำงานจริง
หลักสูตรเน้นทักษะสำคัญสำหรับพื้นที่ Healthcare ได้แก่
บุคลากรได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ พร้อมเลือกและสวมใส่อุปกรณ์ PPE ได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ
ใช้เทคนิคการพับผ้าไมโครไฟเบอร์และระบบ Color-Coding เพื่อแยกอุปกรณ์ตามประเภทพื้นที่อย่างชัดเจน รวมถึงเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เหมาะสมกับพื้นที่ของโรงพยาบาล
นอกจากทักษะด้านการปฏิบัติงานแล้ว บุคลากรยังได้รับการพัฒนาด้านการสื่อสาร ภาษากาย การให้บริการ และการจัดการข้อร้องเรียนอย่างมืออาชีพ เพราะผู้ป่วยและครอบครัวไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่ยังต้องการความเข้าใจ ความสุภาพ และความอุ่นใจตลอดช่วงเวลาที่เข้ารับบริการ


การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub ระดับโลก จำเป็นต้องพัฒนาองค์ประกอบทั้งหมดไปพร้อมกัน ตั้งแต่คุณภาพการรักษา เทคโนโลยีทางการแพทย์ ระบบอาคาร ไปจนถึงบุคลากรที่อยู่เบื้องหลังการให้บริการ
เพราะคุณภาพของ Healthcare ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัด แต่เกิดจากทุกพื้นที่ ทุกระบบ และทุกคนที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการ
การก้าวสู่ Medical Hub ระดับโลกจึงต้องมีทั้ง “คุณภาพของแพทย์” “มาตรฐานอาคาร” และระบบ Facility Management ที่พร้อมดูแลทุกชีวิตอย่างต่อเนื่อง